I am 的个人资料OAT's Day Play My Life!照片日志列表更多 工具 帮助

日志


ฤา รักเราจะหมดอายุ?

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ความรู้สึกนั้นมันหายไปจากความทรงจำของเรา
 
มารู้สึกตัวอีกที ตอนที่กำลังอยุ่ในช่วงที่เอะใจได้ว่า นี่กูเป็นบ้าอะไรเนี่ย
 
ทำไมกูต้องทำอะไรแบบนั้น ให้ตัวเองดูแย่แบบนี้ด้วย ทำไมต้องทำแบบนั้น
 
เค้าคนนั้นไปไหนแล้วนะ ทำไมเค้าทิ้งให้เราต้องเหงาอยู่เสมอ เราจะคิดถึงเค้าคนเดียวเหรอ
 
จะมีอารมณ์ไหนที่เค้าคิดถึงเรา เหมือนเราที่มีเค้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมั่งมั้ยน้า
 
เป็นแบบนี้อีกแล้ว .......
 
เอาใหม่แล้วกันนะ หลังจากนี้ไป ก็คงต้องรักตัวเองให้มากขึ้น เวลาที่เราอยากทำอะไร เราจะก็ทำ
ไม่ได้จะไม่รักนะ รัก แต่ จะรักตัวเองแล้วด้วยแหละ
 

พายุ กับ ฝันร้าย

 
การใช้ชีวิตทั่วไปของคนมันก็มีทั้งเรื่องดี และเรื่องร้าย เรื่องดีๆมันไม่ค่อยมีใครพูดถึง อาจเพราะเรื่องดีๆ ได้ถูกระบบจัดการทางความคิดบันทึกอยู่ในความทรงจำที่ดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นล่ะ? ที่เห็นคนพยายามพูดถึงและทุรนทุรายฟูมฟายกันตลอดเวลา ก็อาจเป็นเพราะระบบประมวลผลอัจฉริยะในร่างกายของเรา มันไม่อยากจะบันทึกไว้ในความทรงจำ เสมือนของเสียอย่างหนึ่งที่ร่างกายและจิตใจของเราประสานงานทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อขับมันออกมา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการบังคับเล่าให้ชาวบ้านฟัง การถามประสบการณ์คนอื่น การดูหนัง ฟังเพลง กินๆๆๆๆ หรืออาจรวมไปถึงการมานั่งเขียน Blog อยู่ตรงนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการขับของเสียทางจิตใจทั้งสิ้น บางรายถึงขั้นต้องบำบัดกันเลยทีเดียว
 
ถ้าเปรียบเรื่องแย่ๆในชีวิตที่เกิดขึ้นกับพายุ กับฝันร้ายคุณจะเลือกอันไหน ?
 
ผมเลือกพายุครับ อย่างน้อยเราก็ได้ต่อสู้กับมันจริงๆ แล้วประสบการณ์ที่ได้ จะสั่งสมให้ผมเป็นคนแกร่งขึ้น ต่างกับฝันร้ายที่ตื่นขึ้นมาก็ได้พบว่าทุกสิ่งที่เคยเห็นนั้นได้หายไปแล้ว บางทีผมก็อยากได้เจอกับมัน อยากได้สัมผัสกับเรื่องแย่ๆ เหล่านั้นด้วยตัวเอง อีกอย่างไม่มีพายุประเทศไหนโหมกระหน่ำกันทั้งปีทั้งชาติ ผมยังเชื่อ และยังรอคอยฟ้าหลังฝนเสมอ ถึงวันนี้จะยังไม่มา แต่ผมก็จะรอ รอต่อไปเรื่อยๆ

อยากเด็ก

อยากเป็นผู้ใหญ่ อยากเข้าวัยทำงาน ใฝ่ฝันมาตั้งแต่สมัยเด็กอย่างแน่วแน่ ว่า ยังไงชีวิตเราเองตอนทำงานก็จะต้องเป็นอะไรที่มีความสุขแน่นอน แต่เหยย นี่ก็เรียนจบมา 2 - 3 ปีละทำไมยังไม่ได้สุขอย่างที่วาดฝันไว้เลยนะ กลับกัน ทำงานก็เครียด จนตอนนี้ใครๆ ก็ทัก ทำไมหน้าเหี่ยวแบบนี้ นี่กูเพิ่ง 24 เองนะ สายตาก็พล่ามัวลง จากการนั่งปลุกปั้นหน้าจอคอมทั้งวัน ตัวก็บานเผละขึ้นไปทุกทีๆ  เข้าทำงานแต่เช้าเลย กลับมาอีกทีก็เย็นละ หนำซ้ำ หยุดเสาร์เว้นเสาร์อีกต่างหาก ช่วงแรกรับชีวิตแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ แต่ตอนนี้ทำใจได้ละ 55 คนเราต้องปรับตัว ช่วงนี้วิกฤตเศรษฐกิจไม่ดี สมัครงานใหม่ก็ยากแสน เพราะเกือบทั้งหมดก็ชะลอการจ้างงาน ของตัวข้าพเจ้าเองซวย x2 ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม โดนผลกระทบเต็ม ๆ 5555 น่ากลัวจิง ตอนแรกแขกมาพักเยอะ Service Charge ก็น่าตื่นเต้น แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเลย เพราะน้อยมาก มันเป็นเวรกรรมนะ ของแบบนี้ตอนเด็กๆสบายมามากละ โตขึ้นเลยต้องเจออะไรหลาย ๆ อย่าง นี่แค่ส่วนหนึ่งของเรื่องงาน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ เอ่อมมม.... ไม่พูดถึงจะดีกว่า 5555 เหนื่อย! ทำไม๊ มันไมได้ดั่งใจจริงๆ ดีนะที่ตอนนี้ยังโตไม่เต็มวัย ยังไงขอใช้ความเด็กที่เหลืออยู่ สุขให้เต็มที่ละกันครับ จะได้ไม่เบื่อไปมากกว่านี้ นึง......ส่อง.......ซ้ำ.....!!!!

มาอ้างว้างกันเถอะ

อ้างว้าง ไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ คำนี้แว้บขึ้นมาในหัวได้ยังไง โทษอากาศดีกว่า อากาศร้อนเกินไปมั้ง ฝนตกก็คงโทษฝน เมื่อเราพูดถึงคำว่า อ้างว้าง คำนี้ทำไมช่างเป็นคำที่สลดเหลือเกิน เมื่อใดก็ตามที่เราต้องอ้างว้าง ช่วงนั้นคนเป็นช่วงที่ชีวิตเราเรียกว่าแย่แล้วหละมั้ง ใจมันจะขะมุกขะมัว หวิวแปล้บ ๆ หายใจต่อครั้งยาวขึ้น และนานขึ้น คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เรื่องหลังๆ ที่เกิดขึ้นแล้วมีความสุข ...... ทำไมล่ะ?? ช่วงที่คนเราอ้างว้าง เป็นช่วงที่ไม่มีความสุขเหรอ? ก็คงจริง มันคงหวิว ๆ แหละมั้ง ว่าจะสุข หรือจะเศร้าดีมั้ง ความไม่รู้จะไปทางไหน คงเป็นที่มาแหละ เพราะถ้าสุขก็คงบอกได้เลยว่าสุข ทุกข์ก็บอกไปเลยว่าเศร้า เอาน่า ใครที่กำลังอ้างว้าง ก็ขอให้มีความสุขกับความอ้างว้างต่อไปนะครับ ชีวิตคนเรามันจะมีอารมณ์นี้ไปได้นานแค่ไหนกันเชียว อีกอย่างนึง หนียังไงก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะมันจะตามคุณไปทุกที่ เพราะมันยังคงอยู่ในใจคุณ และมันก็เกิดขึ้นจากข้างในใจคุณ
 

This way - Depapepe

ความรู้สึกที่ย้อนกลับไปไม่ได้

นาน น๊านน จะได้เจอเพื่อนแบบพร้อมหน้าพร้อมตาซักทีจริง ๆ ก็ไม่ครบหรอก แต่หลัก ๆ ก็มีกันอยู่เท่านี้แหละ เมื่อวานนี้ก็เลยนัดไปกินอิสานมื้อแซ่บกันที่ร้านข้างถนนแถวตึกช้างตามคำเชิญชวนของดาว ดาวกับมีนไปก่อน เราตามไปสมทบทีหลัง แรก ๆ อ่ะไปก่อนนะ แต่ต้องรอสาวๆ นานเลยชิล ๆ มั่งเลย 555+ (แอบนิสัยไม่ดี) พอไปถึงก็กินกั๊นนแบบตายอดตายอยาก กินไปคุยไป กินก็กินไม่ทัน คุยก็คุยไม่ทัน กินเสร็จทั้งแน่นท้องทั้งเจ็บคอ ตาม Style ของคนช่างพูดช่างกินอย่างพวกเรา ประจวบกับไม่เจอกันมาก็ระยะนึงแล้ว ก็ต้องอัพเดทกันหน่อย

 

หลังจากนั้น พวกเราก็เลยเดินไป shopping กันต่อที่ตลาดนัดหน้า Major จริง ๆ แล้วกะไปเดินเป็นเพื่อนเฉยๆ ถือเป็นการชำระบาปที่เพิ่งกินไปเมื่อกี้ให้หมดไป แต่สุดท้ายก็ได้เสื้อมา 2 ตัวตัวละ100 ไว้ใส่ชิล ๆ ไปวังเวียงพอดี ตุ๊กตาหนูผีอีก 1 ตัวน่ารักมาก 555 ตอนแรกว่าจะซื้อให้เจ้านาย แต่คิดไปคิดมาเก็บไว้เองดีกว่า ดีจริง ๆ ผู้หญิงได้ปลอกใส่โทรศัพท์ ผู้ชายได้ตุ๊กตา แล้วก็ได้แก้วใส่เทียนอุดหนุนพี่แว่นที่นั่งมองด้วยสายตาที่ทำเอาเราต้องแวะไปซื้อมาอีก 1 ใบสวยดี

นี่เป็นเหตุการณ์คร่าว ๆ ที่ถ้าเล่าผ่าน ๆ ก็เป็นแค่เรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในทุก ๆวันของทุกคนแต่สำหรับเราแล้วมันเป็นความสุขใจที่อยู่ข้างใน และมีความประทับใจที่เกิดขึ้นนึกถึงสมัยที่เป็นเพื่อนกันตอนมัธยม ที่เคยเหม็นหน้าแอบเกลียด หรือแอบรำคาญ ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นสมัยเรียนเมื่อ6ปีที่แล้ว ตอนนี้มันกลายเป็นความรักไปแล้ว 55 เพื่อน..กูรักมึงว่ะ

 แต่ไม่นานเรื่องที่เราคิดไว้ก็เป็นจริง ตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำที่ Major มีผู้ชายคนนึง ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ เรามองด้วยความฉงน แต่ก็ไม่ได้อะไร ได้แต่แอบคิดว่าเค้าต้องใช่แน่ ๆ แต่ก็ไหน ๆ เค้าก็เดินไปกับแฟนสาวของเค้าละ เราก็เลยไม่ได้อยากรู้อะไรเพิ่ม ได้แต่คิดเองอยู่ในใจว่าเค้าต้องใช่แน่ๆ ภาวนาให้เจอเค้าอีกครั้งนึง เพื่อเราจะได้ดูเค้าชัดๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ และแล้วก็เจออีกที่ทีตลาด เราเรียกให้มีนกับดาวช่วยกันดู ว่าผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย ปรากฏว่าใช่จริง ๆ ด้วย พี่เจมส์นี่เอง พี่เจมส์เป็นแฟนเก่าของเพื่อนที่เราสนิทที่สุดคนนึง เมื่อสมัยเรียนม.ปลาย เรียนเสร็จเมื่อไหร่ต้องได้กระโดดขึ้นรถพี่เจมส์ไปนู่นมานี่กันอยู่เรื่อยๆ แอบดีใจที่พี่เค้าก็จำเราได้แล้วก็ได้เจออีกครั้ง พี่เจมส์ถามว่า ไม่ได้เป็นดีเจแล้วเหรอ เราก็ตอบไปด้วยความหดหู่ใจทุกครั้งที่มีคนมาถามคำถามนี้ว่า ใช่ ครับ  แต่คำที่พี่เค้าพูดต่อจากนั้น ทำเอาน้ำตาเราตกในเลย พี่ฟังเราตลอดแหละ เพราะพี่ชอบฟังคลื่นนั้นอยู่แล้ว ฟังจนเราไม่ได้จัดเลย ช่วงนั้นฟังแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างผ่อนคลาย มีความสบายใจที่เป็นความสุขเล็ก ๆ เกิดขึ้นในใจที่อย่างน้อยความรู้สึกนี้ก็กลับมาอีกครั้งนึง ความรู้สึกที่มีคนฟังเราติดตามเรา และถามถึงเรา มันมีความสุขจริง ๆ ถึงแม้ว่า วันนี้มันจะเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้นมันก็ยังคงทำให้ผมมีความสุขได้จนถึง ณ ตอนนี้ไม่ว่ามันจะฟังแล้วสลดใจในตัวเราเองแค่ไหนก็ตาม.....

ชีวิตวันนี้ กับโอ๊ตตี้ ศรี เอ็มโพ 5555

เชื่อมั้ยครับ ว่าวันนี้เป็นวันผมซ้อนท้ายมอร์ไซต์รับจ้างได้ประทับใจที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมาเลย
 
เช้าวันนี้ ผมก็ไปทำงาน(สาย)ตามปกติ ทุกวันต้องนั่งรถผ่านที่เดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ แต่ไม่ใช่วันนี้
 
มันมีอะไรที่แปลกไป มีการนำธงประจำพระองค์ของพระเทพฯมาติด ก็เริ่มแอบดีใจว่าอย่างน้อยท่านก็เสด็จมาใกล้ ๆ หอที่เราอยู่ละว๊า
 
แต่เรื่องที่คาดคิดแต่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้น ขบวนเด็จ ได้เข้ามาในซอยแคบ ๆ ในขณะที่มอไซของผมได้ขับสวนไปอย่างใกล้ชิด
 
ซึ้ง !! จบ.... จบ แบบห้วน ๆ แบบนี้แหละ 5555+ 
 
 
ช่วงนี้เศรษฐกิจ ไม่ดี ไม่ได้ไม่ดีแค่ลมปากแล้ว มันไม่ดีจริง ๆ หลายคนต้องตกงาน
หลายคน(รวมถึงผมเองด้วย)ต้องทำงานแบบกระอักกระอ่วน แต่ทำยังไงได้ ก็ต้องก้มหน้า ก้มตาทำต่อไป
ในภาวะที่เลือกไม่ได้แบบนี้ ทำอะไรได้ไม่มาก (ใครที่เลือกได้ ก็กรุณาภูมิใจในความเลือกได้ของคุณ และทำมันให้เต็มที่)
เราก็ต้องทำในสิ่งที่มีอย่างเต็มที่ และพยายามพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น
 
อยากถามตัวเองเหมือนกัน ว่าช่วงหลายปีมานี้ เราลืมตัวเองหรือเปล่า?
แล้วเรากำลังทำอะไรอยู่? ลืมจุดหมายที่เราเคยมอบหมายกับตัวเองไว้หรือยัง?
ยังจำได้มั้ยว่าทำไมเราอยากไปถึงจุดหมายนั้น? แล้วยังจำได้รึเปล่าถ้าไปถึงจุดนั้นแล้วชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?
 
ต่อจากนี้ไปคงต้องตั้งใจทำให้มันมากกว่านี้แล้ว เงินทองก็ต้องเก็บไว้ตามที่ญาติผู้ใหญ่บอกทีก็เถียงที 555
 
7-8-9 นี้ ก็ไปเที่ยวอิกละ ไปวังเวียง  ตอนนี้ก็ผูกมัดตัวเองและคนที่ไปด้วย ด้วยการซื้อตั๋วรถไฟขาไปเป็นที่เรียบร้อยละ
ขากลับ หรือระหว่างทาง ยังไม่มีอะไรเลย เศร้า จริง ๆ อยากไปแบบไม่รู้อะไรเลย
อยากไปแบบไม่มีจุดหมาย อยากไปนั่งเงียบ ๆ ไปเดินถ่ายรูป ไปอยู่กับตัวเอง
ก็ขอให้มันเป็นไปอย่างที่เราอยากละกัน
 
ถามแค่นี้ว่า เที่ยวบ่อยขนาดนี้ ยังอยากเก็บเงินอยู่มั้ยเนี่ยไอ้โอ๊ตตตตต!!!!

อดทนไว้

มีเรื่องตั้งหลายเรื่องให้เราเลือกจำ มีสิ่งดี ๆ หลายอย่างที่ทำให้เรายิ้มได้ มีอีกหลายด้านที่เรามองข้ามไป และนั่นคือสิ่งที่เรามีความสุข สุขจนทุกวันนี้ สุขจนตอนนี้ มีคนถามแล้วถามเล่าว่าไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือไง ไม่รู้จะตอบยังไง เหนื่อยก็เหนื่อยนะ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เราทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ เราได้แต่นั่งดู ถ้าเราอยากให้คนอื่นเปลี่ยนอะไรในตัว มันคงยากไปกว่าการที่เราเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง จะดีกว่า แล้วคำถามมันก็กลับมาว่า แล้วเราจะต้องทำอะไรอีกในเมื่อทุกวันนี้ มันก็ดีที่สุดของเราแล้ว ต้องโทษประสบการณ์เลวร้ายทั้งหลายที่ครั้งนึง เคยเกิดขึ้นกับเรา และอีกหลาย ต่อหลายๆ ครั้ง ที่เราไปสร้างไว้กับคนอื่น วันนี้ เวรกรรมมันตามมาทันแล้วนะครับ มันมาแล้วจริง ๆ ตามติดมาได้ไวทันใจดีจริงๆ
 
คิดถึงคำนั้นจัง "มะไรที่คิดถึงกันหรือรู้สึกท้อแท้ขอให้นึกถึงกันฉันก็จะคิดถึงแกเช่นกัน"

เมื่อไหร่ ที่คุณจะเรียกร้องอิสระภาพ?

คนส่วนใหญ่ชอบโหยหาอิสระภาพนะ เมื่อใดก็ตามที่คนเรารู้สึกต้องการอิสระภาพ แสดงว่าตอนนั้น คน ๆ นั้นต้องมีความรู้สึกถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำไมถึงพูดแบบนี้ ไม่ยากเลย ก็มันจริงนิ่ ตัวผมเอง ครั้งนึงก็เคยเรียกร้องหาอิสระภาพอยู่ตลอดเวลา จนวันนึง ก็ได้เข้าใจว่า การที่เราก้าวออกมานั้น มีหลาย ๆ อย่างที่เราไม่คิดมาก่อนว่า ตอนที่เราจินตนาการนั้น กับตอนที่มันเกิดขึ้นจริงมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไว้เลย เอาน่า... ปลอบใจเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง ชีวิตเจออะไรมามากกว่านี้อีก

กลับมาแย้วคร้าบบบบบบบ

นานแค่ไหนแล้วเนี่ย ที่ไม่ได้มาอัพ SPACE แบบนี้ โทษผมไมได้เลยครับ
ต้องโทษเจ้า hi5 ตัวดีที่ดึงดูความสนใจของผมและเพื่อน ๆ อีกหลายคนไป
กลับมาอีกที ปีกว่า ๆ กันเลยทีเดียว รอบที่แล้วกำลังจะไปปาย รอบนี้กลับมา
ก็มีทริปจะไปเที่ยวเหมือนกัน แต่ว่าคราวนี้ไปไกลนิดนึง จริง ๆ ตอนแรกจะไป 2 คน
แต่ในเมื่อเราจะมีเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มขึ้นมาจะรอช้าอยู่ใย จองตั๋วเครื่องบินเพิ่มเข้ามา
1ที่ให้มีนทันที ราคา 7400 กว่าบาท ของมันคนเดียว ส่วนของเรา 2 คนที่จองไว้ตั้งแต่
เดือน พฤษภาคมนั้น 6700 กว่าบาท ย้ำ นี่คือราคา 2 คน 555+ ก็เล่นจองล่วงหน้า
ก่อนเดินทางเกือบปีเลยนี่นา อากาศดีจังช่วงนี้ แต่อะไรก็ไม่ได้ดีไปซะทุกอย่าง
 
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นคือ เงิน ...กำลังจะหมุไป....กำลังจะหมุนไป..ให้ชุมชน
การจะได้เงินมาแต่ละเม็ดแต่ละหน่วยนี่มันช่างยากเย็นแสนเข็ญลูกกะตาแทบกระเด็นออกมาจากเบ้า
แต่การเสียเงินนี่ช่างง่ายดาย แป๊บเดียวกระเป๋าก็เบาหวิว
 
เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นอันต่อมาคือ น้ำหนักที่ตอนนี้เรียกได้ว่า OVERLOAD แล้วครับพี่น้อง!!!
คิดถึงเพลงของต่อต๋องเลยอ่า เอวเธอหายไป อีย๊ายาย่ะ อีย๊า ยา ย่ะ
ไม่เป็นไร .... ก่อนไปเที่ยวเราต้องหล่อ /// ผอม /// และต้องดูดี(ที่สุด) ให้จงได้
 
เพื่อภาพใน hi5 ของเราที่ไม่ได้อัพมานานมากกกกกกกกกกกแล้ว จะได้ดูดี 55555555+
 
ไรสาระจริง ๆ ไปทำงานต่อดีกว่า

ไปเที่ยววุ้ยยย

ตอนนี้หนาวแล้ว และในขณะเดียวกันก็ร้อนแล้ว
อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ทริปใหญ่ของปีนี้ของผมจะเริ่มต้นขึ้น ทริปที่อยากไปมานานนมและสมหวังสักที
ผมกำลังจะเดินทางไปยังเมืองในฝันของผมครับ ฝันกำลังจะเป็นจริง 555 เหมือนรายการฝันที่เป็นจริงยังไงไม่รู้ ถึงแม้ว่าวันนี้มันอาจไม่ใช่สวรรค์อย่างที่ผมเคยวาดฝันไว้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้นนี้ๆแต่มันก็คือจุดหมายของผมกับการไปเที่ยวครั้งนี้ จริงอยู่ไปเที่ยวทั้งทีมันต้อง Perfect แต่ทุกอย่าง สามารถ Perfect ได้ ณ จุดวิจารณญาณของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกันออกไป บางคนมีความคาดหวังสูง ว่าต้องพบต้องเจอแต่สิ่งดี ๆ สมบูรณ์พูลพร้อมทุกอย่าง ก็จริง แต่ถ้าลองย้อนกลับมาว่าทำไมบางคนเค้าไม่ได้เจอกับอะไรที่สมบูรณ์แบบเค้ายังมีความสุขได้เลย แล้วชีวิตจะเอาอะไรนักหนาเล่า จะต้องให้ดีแค่ไหนกัน อย่างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ไปชะอำ แค่ชะอำที่ไปทุกปี ยังทำให้เรามีความสุขได้เลย และมากด้วย แล้วทำไมขนาดไปถึงที่นั่นแล้วจะไม่สุขวะ เราสามารถคิดไว้ หวังไว้คร่าว ๆ ว่ามันจะดียังไงได้ แต่ ณ จุดเดียวกัน ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจยอมรับสภาพของกฏธรรมชาติในความไม่สมบูรณ์แบบในแต่ละสิ่งอันให้ได้ด้วย โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรอก ขนาดคนที่เราคิดว่าดีเค้ายังมีความดีที่เราไม่เก็ทแฝงอยู่เลย ยังไงอ่ะเหรอ ความแปลก ๆ อ่ะ ดีแต่แปลกงงมั้ย งงใช่ป่ะ feel นี้เลยอ่ะ คล้าย ๆ กัน ไกลละพูดเรื่องเที่ยวอยู่ดี ๆ ทำไมกลายเป็นเรื่องคนได้ จริง ๆ มัน ประยุกต์ใช้ด้วยกันได้แหละไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สามารถเป็นบทเรียนที่ดีกับเราได้ทุกอย่างหากเราทำความเข้าใจ555ไปบวชดีกว่า ว่ากันเรื่องเที่ยวต่อ ตอนนี้ทุกอย่างได้ถูก set ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงตัวจะยังไม่ได้ไปป แต่ใจมันขึ้นไปรออยู่ตรงนั้นแล้ว 55 ไม่ขนาดนั้น ก็แค่ คิดไว้แล้วว่าจะไปไหนบ้าง ยังไง ที่ไหน เท่าไหร่ รอไปอย่างเดียวเลย ลุ้นๆเหมือนกันว่าปีนี้จะได้ลอยกระทงมั้ยเนี่ย เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้ลอยปีนี้จะเก็บไว้ขอปีหน้าละกัน
 
ช่วงที่กำลังไม่มีความสุข คิดไว้เสมอว่าความสุขอยู่รอบตัวเรา ขึ้นอยู่กับว่า เรายินดีที่จะไปสุขกับมันหรือเปล่า
เมื่อคิดจะเลือกที่จะสุขกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องถามด้วยว่าสิ่งนั้นพร้อมที่จะให้ความสุขกับเรามั้ย
ทุกอย่างมีผลลัพธ์และทางออกของมันไว้อยู่แล้ว ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไป ทำตามที่ใจต้องการ
เพราะจะมีสักกี่ครั้งกันที่เราคนจะได้ทำอะไรอย่างที่ใจต้องการจริง ๆ อย่างออกจากดีเจ หรือได้ไปเป็นดีเจนี่เป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว
 
บางส่วน จาก รายการ ปากลำโพง 88.5 ลูกทุ่งไทยแลนด์ 8.00น. - 11.00น. 

Chateau de Khaoyai ชาโต เดอ เขาใหญ่

หากใครที่กำลังมองหาที่พัก ที่เขาใหญ่อยู่ แวะมาดูทางนี้ก่อนดีมั้ยครับ
ผมมีโอกาสได้มาที่นี่ ตอนที่ลมหนาวมาเคาะประตูหน้าบ้านที่กรุงเทพฯใหม่ ๆ ตอนนั้นกรุงเทพยังไม่หนาวมาก
แต่อากาศที่นี่ดีแล้ว และกำลังจะหนาวขึ้น ๆ ตามลำดับ
 
Chateau de Khaoyai
     ชาโต เดอ เขาใหญ่

สถานที่พักแสนสบาย ในบรรยากาศบูติกสุดหรู แห่งเขาใหญ่ ดินแดนที่เป็นมรดกโลกที่น่าหวงแหนของคนไทย
เดินทางเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพเองครับ
Chateau de Khaoyai
มีบ้านพักให้เลือกพัก 3 แบบด้วยกัน แล้วแต่ความชอบ และ Lifestyle ของแต่ละคนที่มีความชอบในแบบที่แตกต่างกันไป
วันนี้จะขอ แนะนำ 2 แบบก่อน เนื่องจากว่า อีก 1 หลัง ที่เป็นหลังใหญ่สุด อลังการสุดนั้น
ยังขอเก็บไว้เป็น Hi-light ให้สามารถเอามาเล่าได้อีกในครั้งต่อไป
 
เริ่มกันที่ วิคตอเรีย สูท (Victoria Suite) หรือชื่อภาษาไทยที่น่ารักคือ บ้านกระถิน

บ้านพัก ที่ตกแต่งด้วยศิลปะตะวันตก ผสมผสานกับบรรยากาศของเขาใหญ่ จนกลายเป็นที่มาของบ้านพักที่หรูหราและแสนสบายหลังนี่นั่นเอง  ที่บ้านกระถินนี้ จะมีห้องพักทั้งหมด 7 ห้องด้วยกัน ซึ่งถ้าอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของบ้านก็สามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะเข้าพักห้องไหน เหตุที่ต้องบอกให้เลือกเพราะ แต่ละห้องมีการตกแต่งที่แตกต่างกันไป เรียกได้ว่ารองรับทุกความต้องการด้านรสนิยมของผู้เข้ามาพักอาศัยกันเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละห้องนั้นจะมีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป เช่น บางห้องมีระเบียงไม้ยื่นออกมา ทำให้สามารถดื่มมาดื่มด่ำกับบรยากาศของธรรมชาติยามเช้าของเขาใหญ่ หรือช่วงเวลาไหนก็ตามที่คุณปรารถนา หรือใครที่จะนัดเพื่อน ๆ หรือ ญาติ ๆ มาสังสรรค์ พักตากอากาศร่วมกัน ก็สามารถเช่าเหมาทั้งหลังอีกด้วย เรื่องราคานั้น แอบได้ยินมาแว่ว ๆ ราคาเหมาทั้งหลังตอนนี้น่าสนใจมาก
 
  


อีกหนึ่งหลัง ความพิเศษไม่แพ้กันเลย แต่ต่างกันที่ความชอบ และ Location ที่คุณชื่นชอบนั่นเอง

บ้านริมน้ำ (LAKESIDE VILLA)

แน่นอนครับ หลังนี้อยู่ริมน้ำ คุณจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบอย่างที่คุณต้องการ หากคุณต้องการที่จะหลีกหนีความวุ่นวายกับชีวิตการทำงานของคุณ และหาที่นักสะดวกสบายในราคาประหยัดละก็ บ้านริมน้ำหลังนี้ ตอบสนองความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่ราคาไม่แพงแล้ว บ้านริมน้ำตั้งอยู่ริมบึงซึ่งฉากหลังนั้นเป็นทิวเขาที่ให้ความรู้สึกสงบอันจะเกิดขึ้นในใจ ซึ่งคุณสามารถเปิดประตูออกมาก็จะเห็นได้ทันที เรื่องสิ่งอำนวยความสะดกวนั้น ถ้าเป็นที่นี่แล้ว ไม่น้อยหน้าหลังอื่นแน่นอน
 
oatto
 

 
 ส่วนอีกหนึ่งหลังที่ยังตกค้าง จะเอามาเผยโฉมหน้าให้ได้ชมกัน ในโอกาสต่อไปครับ
โปรยให้นิดนึง หลังนี้คือสุดยอดของที่นี่
มีชื่อว่า ชาโตว์(Chateau Suite)
 
ใครสนใจรายละเอียด ลองโทรไปสอบถามดูได้ ที่เบอร์ 044-929-929
หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เว็บของ  Chateau de Khaoyai
 
หรือจะสอบถามรายเลียดไว้ที่นี่ก็ได้ครับ ทิ้ง Comment ไว้ ถ้าอยากทราบข้อมูลของที่นี่ผมยินดีประสานงานให้ครับ
ถ้าคิดถึงกันก็ ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ได้เช่นกันนะครับ

วันนี้ไปเที่ยวมาแหละ

จริง ๆ วันนี้ต้องไปใช้สิทธิ์รักษาผิวหน้าที่พรเกษม
 
แต่ที่บ้านมีแผนจะไปอยุธยากัน เลยไปเที่ยวกับที่บ้านดีกว่า
 
เหนื่อยก็เหนื่อยนะแต่สนุก ชอบวัดหน้าพระเมรุ มากเลย
 
งานนี้อิ่มบุญชะมัด ร้อนด้วย ฮ่า ๆ ดำเข้าไปอีก แต่ก็เอาเหอะไม่สน ๆ
 
ส่วนจะไปที่ไหนมั่งนั้น ติดตามดูได้จากรูปเลยครับ
 
แต่ละที่ บรรยายได้ตรงนี้เลยว่า สวย สงบ ขลัง อิ่มใจดีครับ  
 
 
  

คำให้การสุดท้ายของดีเจโอ๊ต

เขียนวันที่ 8 กันยายน 2550
 
จริง ๆแล้วที่หายไปสองวันนี้ ผมไม่ได้หายไปแค่สองวันหรอกครับ อาจจะตลอดไปเลยก็ได้ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์
ณ วันนี้ ผมไม่ได้เป็นดีเจอีกต่อไปแล้ว ไม่ต้องเรียกผมแล้วนะ ว่า ดีเจโอ๊ต เพราะผมเป็นแค่นายโอ๊ตคนธรรมดาคนนึงแล้ว
 ถ้าเรียกจะแอบโกรธเพราะมันจี๊ดใจ 55 เรียกไอ้จะไม่ว่าเลย
ก็ต้องยอมรับว่าผมรักในการเป็นดีเจมาก แน่นอนแหละครับไม่รักได้ไงกว่าจะได้เป็นมันยากนะ
และผมก็มีความสุขทุกครั้งที่ผมนั่งอยู่หน้าแท่น และปากของผมพูดจ่อไปที่ไมค์
มีความสุขทุกครั้งที่มีน้อง ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่น่ารัก ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อมางอน ๆ หน้าเว็บที่ผมไม่ได้เข้าไปคุยด้วย
และแน่นอนครับ ผมมีความสุขทุกครั้งที่คนฟังที่รักของผมจับได้ว่าผมแอบไม่สบายใจ หรือไม่สบาย ทุกคนให้กำลังใจผมเป็นอย่างดี
มาวันนี้ ความฝันของผมสำหรับการเป็นดีเจนั้น ณ วันนี้ เรียกได้ว่า สิ้นสุดลงแล้วก็ได้
สิ่งนึงที่ต้องกล่าวถึงอีกครั้งนึง สำหรับการได้มาเป็นดีเจนั้น ผมต้องขอบคุณพี่ปริญญ์ หมื่นสุกแสง ที่เป็นคนแรกที่ให้โอกาสผมทำเดโม
ขอบคุณ ดีเจโอ๋ จิรภา สีตาบุตร ที่แอบเอาDemoไปยัดเยียดให้พี่ปริญญ์ฟัง  ขอบคุณมาก ๆ
และที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสองคนนี้คือคนที่หยิบยื่นโอกาสที่ดีมาให้ นั่นก็คือการเป็นดีเจจริง ๆ
คือพี่ตูน และพี่แมดดี้นั่นเอง แล้วความฝันของผมก็เป็นจริงในเดือน กันยายน ปี 2003
ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ ที่นี่สอนผมหลายอย่าง มันคือบรรยากาศการใช้ชีวิตจริงที่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความฝันในจินตนาการ

มาถึงคำถามของหลาย ๆ คนที่ถามว่าทำไมต้องออก

มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไร สำหรับการดำเนินธุรกิจที่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ก็คล้าย ๆ กันกับวัฏจักรมีมามีไปเป็นเรื่องธรรมดา
ถึงองค์กรไม่เปลี่ยน คนก็ย่อมต้องเปลี่ยนก็ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ครับ โอ๊ตก็ต้องมีทางอื่นเช่นเดียวกัน
ถามว่าเสียใจมั้ย คงไม่เสียใจ เพราะเข้าใจครับ ผมมีวิถีทางของผมเอง
แต่มันจะมีความรู้สึกที่ผมไม่สามารถตัดใจได้ คือความรู้สึกผูกพัน ต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมที่นั่น สุขทุกข์ที่เราเคยร่วมกันมา
เวลาที่เราปรับทุกข์ ระบายความในใจ การมีเรื่องดี ๆ ที่เล่าสู่กันฟัง ไม่เว้นเรื่องเม๊าท์ต่าง ๆ ยังรวมไปถึง
วิถีการดำเนินชีวิตใน studio กิน นอน ขี้  หรือแม้กระทั่งความรัก ความผูกพันต่าง ๆ ที่ผมได้รับจากที่นั่น คือสิ่งที่ผมไม่อาจตัดมันไปได้เลย
และมันยังทำให้ผมร้องไห้ด้วยความระลึกถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจนถึงวินาทีนี้ที่ผมเขียนบันทึกครั้งนี้ ผมไม่ได้อ่อนแอนะ ผมคิดถึงต่างหาก
และผมคงต้องแสดงความเสียใจด้วย หากใครจะมาบอกเวลาเวลาจะทำให้มันดีขึ้น ไม่ครับ !! ผมอยากเศร้าอยุ่อย่างนี้ เพราะผมไม่ต้องการลืมมันแม้แต่นิดเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันศุกร์ที่ผ่านมา แทนที่จะเป็นวันที่แย่ที่สุดของผม เชื่อมั้ยครับว่า มันคือวันที่ดีที่สุดของผมเลย
วันนั้นเป็นวันที่ทำให้ผมรู้ว่า มีคนที่แคร์ผมมากขนาดไหน คนที่พร้อมที่จะเศร้าไปกับผม มันทำให้ผมไม่รู้สึกว่าเราเดียวดายเลยสักนิดเดียว
กำลังใจจากที่ต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาหาผมนั้น ทำให้ผมลืมไปเลยว่าผมไม่ได้เป็นดีเจแล้ว 55 อารมณ์คล้าย ๆ กับวันเกิดเลยครับ ที่รอคนสำคัญ ๆ โทรมาเบิร์ดเดย์
วันที่ 6 กันยายน 2007 คือวันสุดท้ายที่ผมได้จัดรายการ จริง ๆ ในตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกแล้วกับการเปิดไมค์ครั้งสุดท้าย
แต่เชื่อมั้ยครับ The show มัน Go On ผมไม่สามารถทำให้คนฟังเศร้าไปกับผมได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เค้าจะได้รับจากผม
ผมอยากให้คนฟังของผมมีความสุขที่สุดกับการจากไปของผม จากน้ำเสียงสุดท้ายของผม จากดีเจโอ๊ต
ดีเจคนนึงที่คนฟังอาจจะไม่ได้ใส่ใจว่ามีดีเจคนนี้ในคลื่นฮิตอันดับ 1 ของคนกรุงเทพ
เล่ามามันก็เหมือนน้ำเน่านะครับ แต่ว่านาทีนั้นมันคิดแบบนั้นจริง ๆ ผมไม่ได้หวังว่าการบอกลาของผมหน้าไมค์จะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น
ดังนั้น ผมจึงเลือกทำตามกติกา อย่างน้อย วันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า การจากไปของผมก็มีคนที่ใจหายกับมันไม่น้อย
ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ กำลังใจจากทุกคนนั้นช่วยให้ผมมีวันนี้ ใครที่คิดถึงผม ผมไม่ได้หายไปไหน แค่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นในรูปธรรม แต่ในความทรงจำ ผมจะยังอยู่ตรงนั้นตลอดไป
คิดถึงดีเจโอ๊ตบ้างนะครับ เค้าดีใจมากที่มีพวกคุณเป็นหนึ่งความทรงจำที่ดีของชีวิตของเค้า
คุณทำให้เค้าเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ชีวิตต้องเดินต่อไปครับ โอ๊ตรักทุกคนจุ๊บ ๆ คิดถึงเสมอ ไม่เจอก็คิดถึงนะ^^ 
 
ปล.เวลาความสุขมันสั้นนัก แต่ผมจะรักและคิดถึงเสมอ และตลอดไปครับ
 
 
 
คลิปเสียงสุดท้าย สำหรับคนที่บ่นว่ายังไม่ได้ฟัง
 
 
 
 
อันนี้หลาย ๆ คนคงได้ดูแล้ว
 
    

แวะมาบอก

วันเสาร์ อาทิตย์นี้ น้อง ๆ คนไหนตื่นมาคุยกันหน้าเว็บตอนเช้า ไม่เจอพี่นะครับ
มีความจำเป็นจริง ๆ .....แล้วพี่โอ๊ตจะมาบอกเน้อออ ว่าทำไมไม่มา คิดถึง ๆ ๆ จุ๊บ ๆ ๆ ๆ 

Sad Movie

 
 จริง ๆ แล้วเวลานี้ผมควรจะหลับไปแล้ว และผมก็เพิ่งจะอัพ Space ครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้เอง
 
ก่อนนอนวันนี้ ผมนึกขึ้นได้ว่า ยังมีหนังอีกเรื่องนึงที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้ดูในขณะที่ทุกเรื่องที่ซื้อมาพร้อมกันผมดูไปหมดแล้ว ที่ไม่ได้ดูเพราะว่าเรื่องนี้ผมอยากดูมากที่สุดนั่นเอง คิดแล้วก็ตัดสินใจหยิบมันออกมาเปิดดู Sad Movie หนังอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถกระตุกต่อม Sensitive ของผมให้ทำงานได้อย่างดี เรือ่งราวความรักในมุมที่ต่างกัน ทั้งคู่รักหนุ่มสาวทั่วไป และแม่ลูก หรือแม้กระทั่ง สาวที่พิการทางการได้ยิน กับหนุ่มศิลปินวาดรูป ตอนแรกที่ดูก็เรื่อย ๆ หนังก็ออกแนวสดใส แต่ก็แอบมีขุ่น ๆ มัว ๆ อยู่บ้าง ไม่ได้อะไรมากมาย พอเข้าโค้งสุดท้ายตอนที่มันกำลังจะจบ ทุกอย่างที่ชื่อของหนังได้บอกเรามาตั้งแต่แรกเริ่มที่เราเคยได้ยินชื่อของมันกำลังจะเกิดขึ้น เรื่องราวของความรักของทั้ง 4 คู่ที่เริ่มต้นมานั้น กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด และในขณะนั้นเอง น้ำตาของผมก็ไหลมา มันไม่ใช่แค่เรื่องในหนังแล้วตอนนี้ เรื่องที่มันติดค้างอยู่ในใจอะไรต่าง ๆ นาๆ ได้ถาถมเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย เสียงร้องไห้ของตัวละคร เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นของผมไปเสียแล้ว บางครั้งความรักมันก็เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวมาก่อนก็ได้เนอะ แล้วมันก็ยังสามารถจบไปได้โดยที่เราก็อาจไม่รู้ตัวได้เช่นเดียวกัน แล้วบางที เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือความรักรึเปล่าก็ได้ แต่ที่รู้คือเรามีความสุขเหลือเกินที่สัมผัสได้ถึงรสชาติความหอมหวานของมัน ความรักที่ดีคือความรักที่ไม่ทุกข์ แต่มันก็ไม่ทั้งหมด ที่มีรักแล้วไม่มีทุกข์ นอกจากคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้แล้ว ในความคิดของผมคนเราก็ยังไม่สามารถออกแบบความรักได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว มันขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วย รวมทั้งสภาพแวดล้อมและความจำเป็นต่าง ๆ นา ๆ ที่มันจะเข้ามาเป็นส่วนประกอบที่จะก่อให้เกิดความรักนั้นขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้น มันอาจจะเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ หรือต้องจบด้วยโศกนาฏกรรม ความสูญเสีย หรืออะไรก็ตาม แต่ผมก็ยินดี และดีใจ ที่โลกนี้ได้แถมฟังก์ชั่นอีกอย่างที่คนต้องมีคือ ความรักนั่นเอง
...............แด่ Sad Movie
...............แด่อีกนิยามของคำว่ารัก 

อีกหนึ่งวันที่ฉัน

 
วันนี้ตื่นนอนตอนเช้ามาด้วยอาการสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเลย ถึงแม้ว่าจะนอนไม่ได้มากมายอะไร แล้วก็ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานก็ตาม แต่เนื่องจากเมื่อคืนนี้ เราอาการหนักมาก เหตุมาจากเหล่าดีเจ 955 รวมตัวกันที่บ้านของพี่แมดดี้ กับ บาร์บีคิวปาร์ตี้ที่แสนอร่อยแต่แฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ยังไม่อยากกล่าวถึงตอนนี้ แต่ทว่าความสนุกไม่ได้จบลงตรงนั้น เพราะหลังจากมื้ออาหารอันแสนโอชะ ที่แฟนหนุ่มหล่อชาวอังกฤษของพี่แมดดี้เป็นคนปรุงมาแล้วนั้น ตามธรรมเนียมของพวกเราก็จะมีการดื่มกันตามระเบียบ ทุกครั้งที่พวกเราดื่มกัน ก็มักจะมีกิจกรรมอะไรมากระตุ้นยอดในการดื่มให้สนุกและน่าตื่นเต้นมากขึ้น และคราวนี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกันโดยรวมแล้วงานนี้สนุกมากอีกงานหนึ่ง  ตามฟอร์ม เราก็เมาอีกตามเคย แล้วก็ฝากรอยช้ำไว้ที่มาลีนนท์อีกต่างหาก เมาทีไรมีวีรกรรมให้มันทุกทีไป อ้วกกองโต ป่านนี้จะมีคนเช็ดไปหรือยังไม่รู้ แต่ก็เอาเถอะ คงไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือเรา 555+ เลวจิง!!! สาแก่ใจเลย หมดซะทีอาการอยากเมา ได้เมาสมใจก็งานนี้ ของดี ๆ ทั้งนั้นเลยที่ออกมา งานนี้ต้องขอบคุณการดูแลที่ดีของพี่เจเจ ตั้งแต่ตอนแรกเลย พี่เจเจทำให้เรารู้สึกถึงบรรยากาศความเป็นปาร์ตี้อันเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากไป ขอบคุณพี่กฤษณ์ที่ลูบหลังอำนวยความสะดวกให้มันออกมา555 ขอบคุณพี่ภัทรด้วย งานนี้งานที่สองแล้วที่แกดูแลผมเวลาเมา งานที่แล้วตอนสัมนาที่สระบุรี รอบนี้พี่ภัทรลากเราขึ้นมาส่งถึงบนชั้น 23 เลยทั้ง ๆที่เค้าก็เมานะ กลับบ้านไปยังไงก็ไม่รู้ ขอบคุณคร้าบบบ มันก็เป็นอีกความทรงจำดี ๆ ครับที่เกิดขึ้นบ่อย ๆในสังคมที่ผมอยู่ตรงนี้ และเกิดขึ้นมาตลอดเวลาอีกไม่กี่วันก็เกือบ 4 ปีที่ผมอยู่ที่นี่มา มันคือความสุขอย่างที่ผมเคยฝันไว้นะ และผมก็มีความสุขมาก ๆ เลย ดีนะ ๆ แว่วๆว่าพัทยาอีก 555 วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ มหากาพย์จะตามมาอีกไม่นานนี้โปรติดตามตอนต่อไป
 
ก่อนจากกันวันนี้ ขอทิ้งท้ายท่านผู้อ่านด้วยบทความจากข้าพเจ้าที่แต่งขึ้นเอง อาจจะอ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่จงอ่านเถอะครับถ้าว่าง 55
อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในโลกใบนี้ และทุกอย่างย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบมีเหตุผล และจงเข้าใจเหตุผลของเหตุที่เกิดขึ้นนั้นว่ามันคืออะไร ทำความเข้าใจมันและมองในหลาย ๆ มุม แล้วเราจะยอมรับมันได้ครับ ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น เพราะเรื่องบางอย่างเราไม่สามารถลิขิตได้ด้วยตัวของเราเอง เช่น ไก่ที่ถูกเลี้ยงในฟาร์ม มันถูกนำมาอยู่ในฟาร์ม และถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่พอถึงวันนึง หน้าที่อันถึงที่สุดของมันก็มาถึง มันไม่มีความผิดอะไร แต่มันต้องตาย ตายในหน้าที่ครับ ตายเพื่อคนที่เลี้ยงดูมันมา เป็นต้น และในบางครั้ง เหตุผลที่เรารู้นั้น อาจจะไม่ตรงความต้องการของเรา ไอ้ความต้องการที่อยากจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ของเรานั่นแหละ คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เหตุผลไม่มีความหมาย ดังนั้น คิดบวกไว้ครับ นอกจากจะทำให้คุณสบายใจแล้ว ยังจะทำให้สวยยยย ได้อีก จริง ๆ
 
 
 
 
  

มายบางแสน

ในที่สุด เราก็ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดจนได้
ทริปนี้ตอนแรกก็เล่นตัวนิดนหน่อยจากตอนแรกก็ขนของออกมาแล้ว
แต่ดันตัดสินใจไม่ไป อารมณ์ติสดันเข้าสิง พี่จายที่ชวนเราไปเลยต้องง้ออยู่นาน
จากนั้นก็เลยตัดสินใจไป จุดมุ่งหมายของการเดินทางครั้งนี้คือ BBQ Party ณ บ้านริมทะเลแถบ ๆ บางแสน
เป็นบ้านหลังหนึ่งของแฟนพี่โจ้ ต้องบอกก่อนว่า ทริปนี้เราไปกับพี่ ๆ พนักงานการท่าอากาศยานฯ
จริง ๆ เที่ยวคราวนี้เน้นกินซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะยังไม่ทันได้หิวเลย ก็ได้กินละ
วันแรกที่ไปคันรถที่เราเดินทางคือรถพี่จาย พอถึงชลบุรีก็กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น อร่อยดีนะ ถ้าให้ไปเองก็ไปไม่ถูก
พอถึงบ้านแฟนพี่โจ้ปุ๊บ ปรากฏว่า แนทเจ้าของบ้านเดินมาบอกว่ามีข่าวร้าย สองข่าว
1 คือ น้ำไม่ไหล 2 คือ แอร์ที่จะช่วยชีวิตพวกเราทั้ง 10 คนไว้เสีย เสียทั้งบ้านเลย
โอเค เพิ่งไปถึง ยังไม่เป็นไร พอนั่งไปนั่งมาเริ่มร้อนครับ แต่ยังพอทนได้ฮ่า ๆ เรามาเที่ยวนิ่คิดไรมาก
สักพักพอทำความรู้จักกันจนเริ่มชิน เราก็กระโดดลงไปเล่นไพ่กะพวกพี่ ๆ เค้าเลย ป๊อกเด้ง ขาดทุนนิดนึง
ไม่เล่น ละ กินดีกว่า จริง ๆ กะจะมาย่างกัน แต่อะไรหลาย ๆ ก็ไม่เป็นใจ อาหารมันออกแนวสำเร็จรูปละ
ตอนแรกก็ไม่กล้ากินนะเขิน ๆ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เลยกระโดดลงไปกินด้วย เยี่ยม !!!ออกจากโต๊ะอาหารคนสุดท้ายเลย
พอกินเสร็จ ก็ได้เวลาออกไปถ่ายรูป ช่วงเวลานั้นั่นเอง เหมือนเป็นช่วงเวลาคิดแผนของพวกกบฐทริปฮ่า ๆ
เราคือ 1 ในนั้น แต่ไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร แผนคือ คืนนี้เราจะทิ้งที่นี่แล้วไปหาที่นอนที่พัทยาเอา 
แต่ก่อนที่จะเริ่มแผน คณะทัวร์ของเราได้เคลื่อนพลไปตากอากาศกัน ที่ห้างโรบินสัน ศรีราชาครับ
มันมีแอร์ มันช่วยเราได้ ฮ่า ๆ ความมุ่งหมายคืดจะไปโบลิ่งกัน เอ่อ กูโยนไม่เป็น แต่ก็ไม่มีปากเสียง 55
ปรากฏว่ามันเจ๊งไปนานละ พวกเราเลยไม่มีอะไรทำกัน เดินสักพัก ก็ได้เวลากินข้าวเย็น
แต่ก่อนกินข้าวเย็น เราแวะไปศาลเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวที่วัดเกาะลอย บรรยากาศดีมาก
อารมณ์ประมาณปากอ่าว นับว่าที่นี่คือสิ่งที่ทำให้เราประทับใจสุด ๆ ที่แรก
แม้จะไม่สวยมาก แต่มันคือที่สุดของทริปนี้ในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ มีมุมนึงให้ตายเหอะ ยังกับไปฮ่องกง สวย ๆ ๆ
วันนี้เราไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารที่ในกรุงเทพ ก็มีสาขา ร้านชื่อ มุมอร่อย บรรยากาศต่างจากกรุงเทพมากก
ดีมาก ๆ เลยแหละ พระอาทิตย์ตกดินพอดี อาหารก็อร่อย นักร้องสาวก็ทะลึ่งทะเล้นน่ารัก แซวเราอิก 55
พอกินข้าวเสร็จก็ไปเดินตลาดนัดที่นั่น อือ สนุกดี ได้เข็มขัดมาเส้นนึง ลายธงชาติอังกฤษ ราคา 20 บาท
ถูกยังขี้!!!! 55555 ไพ่ 1 สำหรับ ของสายการบิน Emirates 20 บาท ถูกยังขี้!!! อีกแล้ว
จากนั้นเราก็ย้ายไปหาที่นอนนุ่ม ๆ น้ำแรง ๆ อาบ ที่นี่ถ้าไม่มีรถหรือไม่ชำนาญจริงหายากหน่อย
ชื่อ JP resort สวยงามเชียว นอน 3 คนคืนละ 500 โอ้ววว ถูกยังขี้!!!! อีกแล้ววววววว
พอถึงที่พักก็ล้างตัว แล้วออกมาเริงร่าพัทยา สนุกดี อยากอยู่ต่ออีกคืนเลยเรา เมานิดนึงด้วย Happy สุด ๆ
หลังจากนั้นก็กลับไปนอน ตื่นอีกที 10 โมง อาบน้ำแต่งตัว check out เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน
แวะหนองมน ได้ข้าวหลามมาด้วย อร่อยเทพ!!!! ซื้อมาน้อยไปหน่อย โฮ่ยยย อยากได้อีกก
 
ขอบคุณพี่จาย ที่ชวนไปครับ
ขอบคุณพี่ ๆ AOT ทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
สบายใจละ ไม่นอยละ ฮู๊วววว!!!! วันหลังจะแอบไปเอง
 
 
 
กรุณาชมภาพได้ตามอัธยาศัย
 
   

และท่านสามารถรับฟังเสียงทะเลที่เก็บเอามาฝากได้ด้วย   

oat ไปกินมา

ซีดีพี่ ซีดี

โป๊มั้ย โป๊ โป๊ เกย์ก็มีนะ

โชว์มั้ยคับ ดูก่อนได้ๆ Have a look sir!!

ซีดีพี่ ซีดี คับ ซีดี 

 
ทันที ที่ทั้งสองเท้าก้าวไปที่นั่น เราอาจจะเรียกได้ว่ามันคือดินแดนแห่งคาวโลกีย์ก็ไม่แปลก
แต่ ณ ดินแดนแห่งนั้น หลายชีวิตกำลังก้าวต่อไปได้อย่างสวยสดงดงาม........สีลม
 
และ ณ ใจกลางสีลม หัวใจอีกแหล่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้
สองฟากฝั่ง รวมถึงใจกลางตลอดทางเดินของซอย คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากสารทิ่มุ่งแสวงจุดหมายที่ต่างกัน
Shopping หรือจะ SHOW!! หรือ eye-opening อะไรก็ตามที่แห่งนี้มันตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม พัฒพงษ์นั่นเอง
 
ใครจะรู้เลยว่า หากเราเดินฝ่าฝูงชนและเสียงจอกแจกจอแจเหล่านั้นเข้าไปลึก ๆ ของพัฒพงษ์แล้ว
มีร้านอาหารอยู่ร้านนึง ได้ซ่อนตัวอยู่ ณ ที่นั่น โลกอีกโลกหนึ่งกำลังจะปรากฏต่อหน้าท่านทันทีที่ก้าวผ่านพ้นประตูเข้ามา
ไม่น่าเชื่อ นี่เรามาอยู่นี่ได้ไง แล้วข้างนอกมันคืออะไร!! ไม่มีใครสนใจการเดินเข้าไปของเรา นอกจากพนักงาน
แต่ก็นั่น เพราะเราได้ยินแต่เสียงปราศจากการรับรู้ว่า จุดกำเนอดของเสียงนั้นมีลักษณะหน้าตาอย่างไร
ผมถูกสะกดโดยมนเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้แล้ว ผมกำลังตะโกนในใจว่า เย้ดดดดด!!! เท่ห์ว่ะ
ความคลาสสิคของสถานที่นั้นได้ทำให้ผมลืมกลิ่นสาบ ๆ เหมือนบ้านอาม่าเก่า ๆ ไปเลย
มันน่าตื่นเต้นมากกว่า ..... ร้านอาหารที่ผสมผสานความลงตัว ไทย ญี่ปุ่น ตกวันตกเอาไว้ อย่างสนุกสนาน
ผมเดินขึ้นไปชั้นบนของอาหาร ทุกย่างก้าวของการขึ้นมีเสียง แก่บ ๆ ๆ เตือนสติให้ผมได้ยินอยู่อย่างต่อเนื่องว่า ยินดีต้อนรับ ๆ ๆ
โคมไฟ เก่า ๆ ผ้าปูโต๊ะ โทรม ๆ และหน้าต่าง ที่จะเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โลกของนอกก็ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม
ได้เวลาสั่งอาหารละ มื้อนี้มีทั้งอาหารฝรั่ง และ ญี่ปุ่น............. ไม่เลว ..เยี่ยมไปเลย
 
 อิ่ม!!! กลับ----นอน----ตื่น----ทำงาน---ป่วย----อีกละ----ไรวะ-----เฮ่อ!!
 
 
 
 

oatto

ImageChef.com - Custom comment codes for MySpace, Hi5, Friendster and more

 

 

วันนี้เหนื่อยจังเลยกลับมาถึงแล้วแต่หมดแรง

บอกน้อง ๆ ไว้ว่าจะมาอัพ เลื่อนไปก่อนนะคร้าบบบบบ

I'm OAT!!

ตอนนี้เรียนจบมาสักระยะนึงละ ฮ่า ๆ นานแล้วเหมือนกันนะทำไมเรารู้สึกว่ามันแค่แป้บเดียวเองอ่ะ
ยังไม่มีงานอะไรที่เป็นหลักเป็นแหล่งทำ นอกจากอาชีพดีเจ ซึ่งเป็นอาชีพในความฝันและได้มาจากความพยายาม ฮ่า ๆ
คือจริง ๆ ไม่ได้อัพนานมาก แล้วไม่อยากจะบอกตอนเริ่มเขียนไงว่า โอ่ยย ไม่ได้อัพนานมาก เลยแถไปเป็นเรื่องอื่นก่อน
 
 
 
 
 
TOEIC
หลังจากแอบไปซุ่มสอบมา ก็สัมฤทธิ์ผลจนได้ครับ คะแนนล่าสุดที่ไปสอบมา ได้ 630 ไชโย้ !!!
ถึงจะไม่มาก แต่ก็เอาเหอะ ก็เยอะละ จริง ๆ อยาก ได้อยู่ประมาณ 650-700 นะ แต่ตอนนี้ได้แค่นี้
ไว้คราวหลังถ้าอ่านหนังสือเป็นจะท่องหนังสือแล้วจะไปสอบนะ เพราะเราไม่ชอบอ่านหนังสืออ่ะเลยไม่อ่าน
 
ปลาดิบ
ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มมาจากที่ไหนอะไร และยังไง เป็นอะไรไม่รู้ เหมือนปอบญี่ปุ่นมาแฝงยังไงยังงั้น
อยากกินปลาดิบแบบไม่หยุดหย่อน อยากกินจนแทบลงแดงตาย โอดครวญร่ำร้องจะไปก็หลายครั้ง
ก่อนหน้าที่จะ crazy แบบนี้ก็เคยกินนะ จำได้ว่าครั้งนั้นแทบอ้วกก เพราะมันหยึ๋ยย.....มากกกกก
สัมผัสแรกที่ปลาดิบที่จิ้มน้ำจิ้มอะไรไม่รู้อ่ะ ที่จะใส่วาซาบิเข้าไปด้วยอ่ะ มันช่างสุขสุดยอดเหลือเกิน
ความหวานของเนื้อปลา +กับความแสบซ่านของน้ำจิ้มสูตรเด็ด มันช่างเข้ากันเหลือเกิน
และด้วยฤทธิ์ความร้อนแรงจี๊ดดดดดดไปถึงสมอง มันเหมือนเป็นมนเสน่ห์ที่ท้าทายให้เรากินชิ้นต่อไป
ไว้จะไปกินอีก มีคนแนะนำมาที่นึง ร้านไหนยังไม่บอก เดี๋ยวมีคนตัดหน้า ฮ่า ๆ แล้วเจอกัน
 
 
 
Cool Slideshows!
 
น้ำหนัก
ช่วงนี้แอบเครียดเรื่องน้ำหนักนิดหน่อยนะ มีความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้เราต้องลด ถึง 5 โล
วันนี้วันที่ 10 มันต้องลงให้ได้ ก่อนวันที่ 23 ตอนนี้ก็ลดลงมาแล้วนะ 1-2 โลประมาณนี้
 
เมื่อเช้าเลยตื่นมาซื้อกับข้าวเพื่อทำกินเอง ไม่น่าเชื่อ ฮ่า ๆ จริง ๆ ชอบทำกับข้าวอยู่แล้วน่ะ
เมนูตระหนักถึงความอ้วนของเราครั้งนี้คือ ปลาทูต้มเปรต ยายบอกอ่ะนะ ว่าต้มแบบนี้เรียกแบบนี้
ก็คือการเอาปลาทูมาต้อมกับเครื่องสมุนไพรดับคาวต่าง ๆ นั่นเองวิธีการไม่ยาก
1. นำปลาทูสดที่ได้มาล้างน้ำสะอาด เริ่มจากการควักไส้ข้างในมันออกมาก่อน
วิธีการคือ เอานิ้วทะลวงเข้าไปทางเหงือกของมัน แล้วควักออกมา มันจะออกมาทั้งเหงือกและไส้ ฮ่า ๆ แอบน่ากลัว
2. ตั้งน้ำในหม้อ แล้วใส่เครื่องสมุนไพรดับคาวต่าง ๆ ขิงหั่นเป็นชิ้น ๆ รากผักชี และ ตอผักชีฝรั่ง จนน้ำเดือด
3. น้ำปลาทูสดที่เตรียมไว้ใส่ในหม้อ ต้มจนปลาเกือบสุก ก็ปรุงรสตามใจชอบ ใส่แค่น้ำปลาก็พอ แต่เราใส่ผงชูรสด้วย
เทคนิค อันนี้ดูจากรายการทีวีนะ อย่าเอาอะไรไปคนเวลาใส่ปลาลงไปในหม้อ มันจะคาวมาก
4. ตักใส่ชาม โดยเติมพริกขี้หนูสวนตำละเอียด น้ำมะนาวแท้คั้นจากลูก และ ผักชี ผักชีฝรั่งหั่นพอสวยงาม
 
แค่นี้ก็ได้กินละ ต้มครั้งนี้ใช้ปลาทู 2 ตัว ราคารวมทั้งหมด 20 บาทถ้วน ถูกเหลือเชื่อ!!@@!!!
ปรากฏว่าปลื้มใจ กินทั้งวัน อ้วนต่อ!! ไอ้ทึ่มเอ้ย
 
อ้อ! 20 บาทนั่นรวมค่าผักกวางตุ้งที่จะเอามาทำมื้อเย็นนี้ด้วยนะ 2 กำ 
 
เรื่องเครียด
ตอนนี้เครียดเรื่องงานนิดหน่อยว่าจะทำอะไรยังไงท่าไหน...จึ๋ย ท่าไหนด้วยเหรอ เออ ท่าไหนก็ท่าไหน
แล้วก็เรื่องน้ำหนัก
แล้วก็เรื่องอนาคตแหละ ว่ามันจะเป็นอย่างที่หวังไว้มั้ย
เรื่องความรักไม่เครียดนะ พอแล้ว พอเพียง ฮ่า ๆ ไม่โลภ พูดผิด ต้องบอกว่า อย่าโลภถึงจะถูก
หมดละ เรื่องเครียดไม่ค่อยมีช่วงนี้